แบล็คแพนเธอร์ คือหนึ่งในนักมวยไทยดาวรุ่งที่ถูกจับตามองมากที่สุดบนเวที ONE Championship บทความนี้จะพาไปเปิดประวัติ ที่มาของฉายา สไตล์การชกหมัดหนัก และสรุปสถิติการชกของเขาแบบครบถ้วนในที่เดียว
แบล็คแพนเธอร์ คือใคร? ทำความรู้จักนักมวยดาวรุ่งหมัดหนัก
แบล็คแพนเธอร์ (Black Panther) เป็นนักมวยไทยรุ่นฟลายเวตที่สังกัดทีม Team Mehdi Zatout และฝึกซ้อมอยู่ที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เขาก้าวขึ้นมาเป็นนักมวยดาวรุ่งหมัดหนักที่แฟนมวยทั่วโลกรู้จักผ่านการชกในระบบของ ONE Championship
ด้วยวัย 26 ปี และส่วนสูงราว 168 เซนติเมตร เขาถูกจัดอยู่ในกลุ่มนักสู้สายบุกที่เน้นความเร็วและพลังหมัด ปัจจุบันเขาทำสถิติบนเวที ONE ไว้ที่ชนะ 6 แพ้ 1 ซึ่งถือเป็นผลงานที่น่าประทับใจสำหรับดาวรุ่งในวัยนี้
ข้อมูลโดยสรุป
ชื่อในสังเวียน: แบล็คแพนเธอร์ (Black Panther) อดีตใช้ชื่อ “จงอางดำ”
สัญชาติ: ไทย
อายุ: 26 ปี
ส่วนสูง: 168 เซนติเมตร (5 ฟุต 6 นิ้ว)
รุ่นน้ำหนัก: ฟลายเวต (มวยไทย)
ค่าย/ทีม: Team Mehdi Zatout เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
สถิติบน ONE Championship: ชนะ 6 แพ้ 1
เปิดประวัติ แบล็คแพนเธอร์ จาก “จงอางดำ” สู่สังเวียนระดับโลก
ก่อนจะมาใช้ชื่อสากลอย่างในปัจจุบัน แบล็คแพนเธอร์เคยโลดแล่นบนเวทีมวยไทยตามสังเวียนมาตรฐานในชื่อ “จงอางดำ” มาก่อน เมื่อรวมสถิติตลอดอาชีพบนเวทีมวยไทย เขาทำไว้ที่ราว 80 ชนะ 17 แพ้ ซึ่งสะท้อนประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน
เส้นทางการเปิดประวัติ แบล็คแพนเธอร์ จึงไม่ได้เริ่มจากเวทีระดับโลกในทันที แต่ผ่านการพิสูจน์ตัวเองในเวทีมวยไทยดั้งเดิมมาก่อนจะได้รับโอกาสเข้าสู่ระบบของ ONE Championship
ที่มาของฉายา แบล็คแพนเธอร์
เมื่อเขาเข้าร่วมทีม Team Mehdi Zatout ในปี 2021 โค้ชเมห์ดี ซาตู ได้เสนอให้เปลี่ยนมาใช้ชื่อที่เป็นสากลมากขึ้นเพื่อให้แฟนมวยต่างชาติจดจำได้ง่าย จึงเป็นที่มาของฉายา “แบล็คแพนเธอร์”
ชื่อใหม่นี้ยังคงความหมายใกล้เคียงกับฉายาเดิมที่สื่อถึงสัตว์สีดำ ทั้งยังเข้ากับสไตล์การชกที่รวดเร็วและดุดันของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี
สไตล์การชกและอาวุธหมัดหนักที่เป็นเอกลักษณ์
จุดเด่นของแบล็คแพนเธอร์คือการเป็น “มวยครบเครื่อง” ที่ใช้อาวุธได้หลากหลาย ทั้งหมัด เท้า เข่า และศอก โดยมีบุคลิกการชกแบบบุกเดินหน้าเข้าหาคู่ต่อสู้อย่างต่อเนื่อง
ความเป็นนักมวยดาวรุ่งหมัดหนักของเขาสะท้อนผ่านไฟต์ที่เอาชนะ อาลี ซาลโดเอฟ ด้วยการเตะศีรษะน็อกในยกที่สอง และเกมที่ถล่ม โยฮัน เอสตูปินาน ล้มลงถึงสามครั้งก่อนปิดไฟต์ได้สำเร็จ หากสนใจเรียนรู้สไตล์มวยไทยตั้งแต่พื้นฐาน สามารถอ่าน แนวทางเรียนมวยไทยสำหรับเด็ก ประกอบได้
สรุปสถิติการชกบนเวที ONE ของ แบล็คแพนเธอร์
สำหรับการสรุปสถิติบนเวที ONE Championship แบล็คแพนเธอร์เปิดตัวด้วยความพ่ายแพ้ ก่อนจะเก็บชัยชนะติดต่อกันหลายไฟต์จนไต่ขึ้นมาเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตา ตารางด้านล่างนี้รวบรวมผลการชกของเขาไว้ให้เห็นภาพชัดเจน
สรุปสถิติการชก ONE
| รายการ | คู่ชก | ผลการชก |
|---|---|---|
| ONE Friday Fights 9 | ทาเกียร์ คาลิลอฟ | แพ้น็อก ยก 1 |
| ONE Friday Fights 24 | โมฮัมหมัด ซาเดกี | ชนะคะแนนไม่เป็นเอกฉันท์ |
| ONE Friday Fights 35 | สุริยันเล็ก ป.เย็นหญิง | ชนะคะแนนเอกฉันท์ |
| ONE Fight Night 23 | อาลี ซาลโดเอฟ | ชนะน็อก ยก 2 (เตะศีรษะ) |
| ONE Fight Night 37 | โยฮัน เอสตูปินาน | ชนะทีเคโอ ยก 2 |
| ONE Fight Night | ไดเอโก ปาเอซ | ชนะคะแนนไม่เป็นเอกฉันท์ |
| ONE Fight Night 45 | ฌอน คลิมาโค | ชนะคะแนนเอกฉันท์ |
จากตารางจะเห็นว่าหลังพ่ายแพ้ในไฟต์เปิดตัว เขากลับมาเก็บชัยชนะได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการชนะน็อก ชนะทีเคโอ และชนะคะแนน ซึ่งแสดงให้เห็นความสามารถที่ครบเครื่องของนักมวยคนนี้
ไฟต์สำคัญที่แฟนมวยไทยจดจำ
ตลอดเส้นทางบน ONE Championship มีหลายไฟต์ที่ช่วยยกระดับชื่อเสียงของแบล็คแพนเธอร์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยเฉพาะไฟต์ที่จบด้วยการน็อกอย่างน่าประทับใจ
- ชนะน็อกยกสอง อาลี ซาลโดเอฟ ด้วยการเตะศีรษะ ในศึก ONE Fight Night 23 เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2567
- ชนะทีเคโอยกสอง โยฮัน เอสตูปินาน โดยรับไฟต์แบบกระชั้นชิดในศึก ONE Fight Night 37
- ชนะคะแนนแบบไม่เป็นเอกฉันท์ ไดเอโก ปาเอซ ในศึก ONE Fight Night
- ชนะคะแนนเอกฉันท์ ฌอน คลิมาโค ในศึก ONE Fight Night 45 เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569
ผู้ที่ต้องการติดตามข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม สามารถตรวจสอบได้จาก โปรไฟล์นักกีฬาอย่างเป็นทางการของ ONE Championship ซึ่งอัปเดตผลการชกล่าสุดอยู่เสมอ และหากสนใจดาวรุ่งมวยไทยคนอื่น ๆ ลองอ่าน ประวัติและสถิติของยูนิส อานาน หรือ โปรไฟล์และสถิติของแสงอาทิตย์ลูกทรายกองดิน เพิ่มเติมได้
แหล่งอ้างอิง
สรุป
แบล็คแพนเธอร์คือตัวอย่างของนักมวยดาวรุ่งหมัดหนักที่เติบโตจากเวทีมวยไทยในชื่อ “จงอางดำ” สู่สังเวียนระดับโลกอย่าง ONE Championship ด้วยสไตล์การชกที่ดุดันและพลังหมัดอันตราย
เมื่อสรุปสถิติโดยรวมบนเวที ONE ที่ชนะ 6 แพ้ 1 พร้อมชัยชนะด้วยการน็อกที่น่าจดจำ ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักมวยไทยที่น่าจับตามองในรุ่นฟลายเวต และยังมีอนาคตอีกยาวไกลให้แฟนมวยได้ติดตาม



