จ้าวเสือใหญ่ ส.เดชะพันธ์ คือหนึ่งในนักชกดาวรุ่งที่ทำให้แฟนมวยทั้งประเทศหันมามองศิลปะแม่ไม้มวยไทยอีกครั้ง ด้วยลีลาอาวุธคล่องและท่ายากที่โชว์ได้สวยงามทุกครั้งที่ขึ้นสังเวียน บทความนี้สรุปประวัติ เส้นทางจากเวทีงานวัดสู่สังเวียนระดับโลกของ ONE Championship พร้อมผลงานไฟต์เด็ดที่แฟนมวยต้องรู้จัก
จ้าวเสือใหญ่ ส.เดชะพันธ์ คือใคร?
จ้าวเสือใหญ่ ส.เดชะพันธ์ มีชื่อจริงว่า ปิยะชาติ ช่วงสุพล ชื่อเล่นปรินซ์ เป็นนักมวยไทยวัย 24 ปี สังกัดมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และสังกัดค่าย ส.เดชะพันธ์ ภายใต้การดูแลของ พันตำรวจโทสุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ โดยฉายาจ้าวเสือใหญ่มาจากซอยเสือใหญ่ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา ตามบทสัมภาษณ์เชิงลึกของสยามสปอร์ต
เขาถือเป็นหนึ่งในนักท่ายากที่ถูกยกให้เป็นตัวแทนสืบสานแม่ไม้มวยไทย จนเว็บไซต์ ONE Championship ระบุในบทแนะนำตัวนักกีฬาว่าเขาคือผู้ที่พาศิลปะมวยไทยไปดังไกลถึงสายตาชาวโลก ด้วยสถิติการชกบนสังเวียนมืออาชีพชนะ 44 แพ้ 24 เสมอ 1 จาก 69 ไฟต์ตามบันทึกฐานข้อมูลการแข่งขัน
จ้าวเสือใหญ่ ข้อมูลฉบับย่อ
นักชกอาวุธคล่องแห่งค่าย ส.เดชะพันธ์
ชื่อจริง / ชื่อเล่น
ปิยะชาติ ช่วงสุพล / ปรินซ์
อายุ / รุ่นน้ำหนัก
24 ปี / ฟลายเวต 125-135 ปอนด์
ค่าย / สังกัด
ส.เดชะพันธ์ / ม.กรุงเทพธนบุรี
เจ้าของค่าย
พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์
สถิติการชก
ชนะ 44 แพ้ 24 เสมอ 1 จาก 69 ไฟต์
รางวัลสำคัญ
นักมวยที่ใช้ศิลปะแม่ไม้มวยไทยยอดเยี่ยมแห่งปี 2563 เวทีช่อง 7 สี
ฉายา จ้าวเสือใหญ่ มาจากซอยเสือใหญ่ บ้านเกิดของเขาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
จ้าวเสือใหญ่ ส.เดชะพันธ์ ประวัติ จากเด็กดูซ้อมมวยสู่นักชกเวทีโลก
ประวัติของ จ้าวเสือใหญ่ ส.เดชะพันธ์ เริ่มต้นจากเด็กชายที่ใช้เวลาว่างเข้าไปดูพี่ๆ ฝึกซ้อมมวยที่ยิมมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษมทุกเย็น จนผู้ฝึกสอนสังเกตเห็นความสนใจและชักชวนให้ลองซ้อม ก่อนที่โค้ชจะพาเขาและพ่อไปพบ พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ เพื่อฝากตัวเข้าค่าย ส.เดชะพันธ์ ตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบในปี พ.ศ. 2554 ช่วงที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ และเขาก็อยู่กับค่ายแห่งนี้มานานกว่า 16 ปีจนกลายเป็นพี่ใหญ่ที่ช่วยดูแลน้องๆ กว่า 30 ชีวิตในค่าย
เขาเคยเล่าย้อนว่ากว่าจะมีชื่อเสียงจนถึงทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านเวทีงานวัดเหมือนนักมวยทุกคน มีช่วงที่ท้อจนเกือบเลิกชกเพราะถูกโค้ชตีด้วยซ้ำเมื่อซ้อมไม่มีวินัย แต่ก็ตระหนักในภายหลังว่านั่นคือความหวังดีที่ทำให้เขากลายเป็นคนมีระเบียบวินัย มุ่งมั่น และตั้งใจจนคว้าแชมป์เวทีมวยรังสิตรุ่น 32 กิโลกรัมตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ก่อนจะเติบโตมาเป็นนักชกที่ใช้ศิลปะแม่ไม้มวยไทยจนคว้ารางวัลนักมวยที่ใช้ศิลปะแม่ไม้มวยไทยยอดเยี่ยมแห่งปี 2563 จากเวทีมวยช่อง 7 สี และยังส่งตัวเองเรียนหนังสือจนจบโดยไม่ต้องรบกวนครอบครัวจากรายได้ในการชกมวยทั้งหมด
ไทม์ไลน์เส้นทางนักชก
- พ.ศ. 2554
เข้าค่ายตอนอายุ 7 ขวบ
เริ่มต้นจากเด็กที่ชอบไปดูพี่ๆ ซ้อมมวยที่ยิมมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ก่อนถูกชักชวนให้ลองซ้อมจนได้ฝากตัวกับ พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์
- ช่วงอายุ 10
แชมป์เวทีมวยรังสิตรุ่น 32 กิโลกรัม
ผ่านประสบการณ์เวทีงานวัดตามทางของนักมวยทุกคน จนคว้าแชมป์เวทีใหญ่ระดับประเทศเป็นครั้งแรก
- พ.ศ. 2562
รองแชมป์ K-1 ที่ประเทศญี่ปุ่น
บุกชกคิกบ็อกซิงครั้งแรกในชีวิตในรอบทัวร์นาเมนต์ 3 ไฟต์ในวันเดียว ชนะเจ้าถิ่น 2 รายก่อนพ่ายในรอบชิงชนะเลิศ
- พ.ศ. 2563
รางวัลแม่ไม้มวยไทยยอดเยี่ยมแห่งปี
เวทีมวยช่อง 7 สียกย่องให้เป็นผู้ใช้ศิลปะแม่ไม้มวยไทยได้สวยงามที่สุดแห่งปี
- พ.ศ. 2565-2568
ยุคทองบนเวทีวันใหญ่ลุมพินีและราชดำเนินเวิลด์ซีรีส์
โชว์ฟอร์มร้อนแรงต่อเนื่องทั้งในรายการวันแชมเปียนชิพลุมพินีและราชดำเนินเวิลด์ซีรีส์ จนกลายเป็นหนึ่งในนักชกขวัญใจแฟนมวยไทย
- พ.ศ. 2567-2568
ก้าวสู่สังเวียนระดับโลก ONE Championship
เดบิวต์ด้วยไฟต์หยุดโลกกับ ก้องธรณี ส.สมหมาย ก่อนพัฒนาต่อเนื่องจนชนะน็อกต่อเนื่องหลายไฟต์
- พ.ศ. 2569
ท้าทายกติกาคิกบ็อกซิงและเผชิญช่วงเวลาหนัก
กลับมาชกคิกบ็อกซิงในรอบเกือบ 4 ปี พร้อมเผชิญสถิติแพ้ติดต่อกัน 4 ไฟต์ครั้งแรกในชีวิต ก่อนยืนยันจะกลับมาคว้าชัยให้ได้
ผลงานไฟต์เด่นบนเวที ONE Championship และราชดำเนินเวิลด์ซีรีส์
ช่วงที่ผ่านมาจ้าวเสือใหญ่โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงบนสังเวียนระดับโลกทั้งในรายการวันแชมเปียนชิพลุมพินี รายการวันแชมเปียนชิพ และราชดำเนินเวิลด์ซีรีส์ โดยไฟต์สำคัญที่สุดของเขาคือการเดบิวต์ ONE ลุมพินีเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2567 ที่พบกับ ก้องธรณี ส.สมหมาย ในไฟต์ที่ถูกเรียกว่าคู่มวยหยุดโลก ซึ่งเขาแพ้คะแนนอย่างสุดมันแต่ก็ทำให้ชื่อเสียงพุ่งกระฉูดทั่วประเทศ
ตารางด้านล่างสรุปผลงานล่าสุดของเขาจากฐานข้อมูลการแข่งขันเพื่อให้เห็นภาพรวมชัดเจน
| วันที่ | รายการ | คู่ชก | ผลการแข่งขัน |
|---|---|---|---|
| 29 เม.ย. 2566 | ราชดำเนินเวิลด์ซีรีส์ | เฟรดดี้ แคสโทร | ชนะคะแนน |
| 15 เม.ย. 2566 | ราชดำเนินเวิลด์ซีรีส์ | โรซาโร่ มานพยิม | ชนะแตก ยก 3 |
| 5 เม.ย. 2567 | วันแชมเปียนชิพลุมพินี | ก้องธรณี ส.สมหมาย | แพ้คะแนน ไฟต์เดบิวต์ |
| 31 ม.ค. 2568 | วันแชมเปียนชิพลุมพินี | ยอดเหล็กเพชร อ.อัจฉริยะ | ชนะน็อก ยก 2 |
| 14 มี.ค. 2568 | วันแชมเปียนชิพลุมพินี | เดนิส พูริช | ชนะน็อก ยก 2 |
| 7 มิ.ย. 2568 | วันแชมเปียนชิพ | นักรบ แฟร์เท็กซ์ | ชนะน็อก ยก 1 |
| 19 ธ.ค. 2568 | วันแชมเปียนชิพลุมพินี | สามเอ ไก่ย่างห้าดาว | แพ้คะแนน |
| 20 มี.ค. 2569 | วันแชมเปียนชิพลุมพินี | ป้อมเพชร ป๋องสุพรรณ | แพ้น็อก ยก 3 |
| 5 มิ.ย. 2569 | วันแชมเปียนชิพ กติกาคิกบ็อกซิง | หยวน เผิงเจี๋ย | แพ้คะแนน |
| 5 ก.ย. 2569 | วันแชมเปียนชิพมวยไทย ฟลายเวต | จอร์แดน เอสตูปินาน | แพ้คะแนน |
จากตารางจะเห็นว่าช่วงกลางปี 2566 ถึงกลางปี 2568 คือช่วงฟอร์มขาขึ้นของเขาที่ชนะน็อกต่อเนื่องหลายไฟต์ ก่อนจะเข้าสู่ช่วงทดสอบที่แพ้ติดต่อกัน 4 ไฟต์ในปี 2568 ถึง 2569 ซึ่งเป็นเรื่องที่เขาเองยอมรับว่าเป็นช่วงเวลาที่หนักหน่วงที่สุดในชีวิตการชก
จุดเด่นและสไตล์การชกของจ้าวเสือใหญ่
แม่ไม้มวยไทยผู้พาศิลปะไทยไปสู่สายตาชาวโลก
จุดเด่นที่ทำให้เขาแตกต่างจากนักชกทั่วไปคือความคล่องแคล่วของอาวุธมวยไทยทุกส่วน ทั้งหมัด เท้า เข่า และศอก พร้อมทักษะแม่ไม้มวยไทยที่เขาถนัดเป็นพิเศษ โดยสื่อระบุว่าเขาสามารถเอาชนะคู่แข่งด้วยท่าแม่ไม้มวยไทยได้อย่างสวยงามและบ่อยครั้งจนทำให้เขาได้รับรางวัลพิเศษจากเวทีช่อง 7 สีมาแล้ว
ความมั่นใจในสายเลือดคิกบ็อกซิง
สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือเขาเคยผ่านสังเวียนคิกบ็อกซิงมาแล้วด้วยผลงานชนะ 5 จาก 6 ไฟต์ โดยไฮไลต์คือการบุกไปชกในการแข่งขันมวยรอบ K-1 ที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2562 ซึ่งเป็นการชกคิกบ็อกซิงครั้งแรกในชีวิตพร้อมทั้งต้องชกถึง 3 ไฟต์ในวันเดียว ผลคือเขาพลิกล็อกเอาชนะคู่ชกเจ้าถิ่นผู้เชี่ยวชาญในกติกานี้ได้ถึง 2 รายในการแข่งขันนั้น ก่อนพ่ายในรอบชิงชนะเลิศและคว้ารองแชมป์กลับประเทศไทย
ช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดและคำสัญญากลับมาคว้าชัย
ปี 2569 ถือเป็นบททดสอบที่หนักหน่วงที่สุดของเขา เมื่อแพ้ติดต่อกัน 4 ไฟต์ครั้งแรกในชีวิตตั้งแต่แพ้คะแนนให้สามเอ ไก่ย่างห้าดาว แพ้น็อกให้ป้อมเพชร ป๋องสุพรรณ แพ้คะแนนให้หยวน เผิงเจี๋ย ในกติกาคิกบ็อกซิง และแพ้คะแนนให้จอร์แดน เอสตูปินาน ก่อนไฟต์พบหยวน เผิงเจี๋ย
เขาเคยกล่าวไว้ในสัมภาษณ์ว่า ตั้งแต่ชกมวยมาไม่เคยแพ้ 4 ไฟต์ติดต่อกันและจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด พร้อมยืนยันจะกลับมาในสไตล์ที่นิ่งและใช้สมองมากขึ้นเพื่อกู้ศรัทธาแฟนมวย
เรื่องราวของเขาจึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของนักกีฬาอาชีพที่เผชิญทั้งจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดในช่วงเวลาไม่กี่ปี และความมุ่งมั่นที่จะกลับมาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งบนสังเวียน ONE Championship
บทสรุป
สรุปแล้ว จ้าวเสือใหญ่ ส.เดชะพันธ์ คือ ปิยะชาติ ช่วงสุพล นักชกอาวุธคล่องวัย 24 ปีแห่งค่าย ส.เดชะพันธ์ ที่เติบโตจากเด็กดูซ้อมมวยสู่แชมป์มวยรังสิตตอนอายุ 10 ขวบ ผู้พาแม่ไม้มวยไทยไปสู่สายตาชาวโลกจนได้รับรางวัลยอดเยี่ยมแห่งปีจากเวทีช่อง 7 สี และก้าวขึ้นสู่สังเวียนระดับโลกของ ONE Championship ด้วยไฟต์เดบิวต์หยุดโลกกับ ก้องธรณี เมื่อปี 2567
ปัจจุบันเขากำลังเผชิญช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดในชีวิตหลังแพ้ติดต่อกัน 4 ไฟต์ครั้งแรก แต่ด้วยประวัติศาสตร์ของนักสู้ที่ผ่านทุกอุปสรรคมาตั้งแต่เด็ก แฟนมวยทั้งประเทศยังคงรอชมการกลับมาพิสูจน์ตัวเองของเขาบนสังเวียนในไฟต์ต่อไป
คำถามที่พบบ่อย
จ้าวเสือใหญ่ ส.เดชะพันธ์ ประวัติ เริ่มต้นมาจากไหน
จ้าวเสือใหญ่ ส.เดชะพันธ์ ประวัติ เริ่มจากเด็กชายจากซอยเสือใหญ่ที่เข้าค่ายมวยตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ผ่านเวทีงานวัดจนเป็นแชมป์มวยรังสิตรุ่น 32 กิโลกรัมตอนอายุ 10 ขวบ ก่อนพัฒนาต่อเนื่องมาสู่เวทีวันใหญ่ลุมพินี ราชดำเนินเวิลด์ซีรีส์ และ ONE Championship
จ้าวเสือใหญ่ชื่อจริงคืออะไร
จ้าวเสือใหญ่มีชื่อจริงว่า ปิยะชาติ ช่วงสุพล ชื่อเล่นปรินซ์ เป็นศิษย์เก่าคนสำคัญของค่าย ส.เดชะพันธ์ ที่อยู่มากว่า 16 ปี
จ้าวเสือใหญ่เคยได้รางวัลอะไรบ้าง
เขาเคยได้รับรางวัลนักมวยที่ใช้ศิลปะแม่ไม้มวยไทยยอดเยี่ยมแห่งปี 2563 จากเวทีมวยช่อง 7 สี และเคยคว้ารองแชมป์การแข่งขันมวยรอบ K-1 ที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2562
ไฟต์ล่าสุดของจ้าวเสือใหญ่เป็นอย่างไร
ไฟต์ล่าสุดตามบันทึกคือการแพ้คะแนนให้กับ จอร์แดน เอสตูปินาน ในรายการวันแชมเปียนชิพมวยไทยรุ่นฟลายเวตเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นความพ่ายแพ้ครั้งที่ 4 ติดต่อกันของเขาและยังอยู่ระหว่างการพิสูจน์ตัวเองเพื่อกลับมาคว้าชัยชนะอีกครั้ง



