เทควันโด (Taekwondo) คือศิลปะการต่อสู้แบบเกาหลีที่โดดเด่นด้วยเทคนิคการเตะอันรวดเร็วและทรงพลัง เทควันโดจึงเป็นมากกว่ากีฬาต่อสู้ เพราะเน้นทั้งสมรรถภาพร่างกาย วินัย สมาธิ และการป้องกันตัว
ในประเทศไทย เทควันโดได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ทั้งในระดับเยาวชนและนักกีฬาทีมชาติที่เคยคว้าเหรียญโอลิมปิกมาแล้วหลายสมัย ทำให้กีฬานี้กลายเป็นหนึ่งในศิลปะการต่อสู้ยอดนิยมของคนกรุงเทพและทั่วประเทศ
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก เทคนิคพื้นฐานของเทควันโด ที่ผู้เริ่มต้นต้องเรียนรู้ ลำดับสายเทควันโด ตามระบบ World Taekwondo (WT) ที่ใช้กันในประเทศไทย และสถานที่เรียนเทควันโดในกรุงเทพที่เหมาะสำหรับมือใหม่
เทควันโดคืออะไร และมีความเป็นมาอย่างไร
เทควันโดถือกำเนิดในประเทศเกาหลีใต้หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยรวบรวมศิลปะการต่อสู้พื้นเมืองของเกาหลี ก่อนได้รับการพัฒนาเป็นกีฬาสากลและได้รับการบรรจุในมหกรรมโอลิมปิกอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 ในประเภทกีฬาแข่งขัน

อ้างอิง: Klook
ความแตกต่างระหว่าง WT และ ITF
ปัจจุบันเทควันโดแบ่งเป็น 2 สายหลัก ได้แก่ World Taekwondo (WT) ที่เน้นการต่อสู้แบบกีฬาโอลิมปิก และ International Taekwon-Do Federation (ITF) ที่เน้นการต่อสู้แบบดั้งเดิมและการฝึกพุมเซ (ท่ารำ) ในประเทศไทย ส่วนใหญ่จะฝึกตามระบบ WT ภายใต้สมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย
เทควันโดในประเทศไทย
ประเทศไทยเริ่มมีการฝึกเทควันโดอย่างจริงจังตั้งแต่ทศวรรษ 1970 และมีนักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงในระดับโลก เช่น
- เยาวภา บุรพลชัย ผู้คว้าเหรียญทองแดงโอลิมปิก 2004
- บุตรี เผือดผ่อง เหรียญเงินโอลิมปิก 2012
- เทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ เหรียญทองโอลิมปิกโตเกียว 2020 และเหรียญทองโอลิมปิกปารีส 2024
ความสำเร็จเหล่านี้สะท้อนถึงรากฐานการฝึกที่แข็งแกร่งและคุณภาพของวงการเทควันโดไทย
ท่าเทควันโดที่มือใหม่ต้องเรียนรู้
ก่อนจะก้าวขึ้นไปสู่ระดับสายที่สูงกว่า ผู้ฝึกมือใหม่ต้องเรียนรู้และฝึกท่าเทควันโดพื้นฐานให้คล่องตัว เพราะเทคนิคทุกอย่างในเทควันโดล้วนต่อยอดมาจากรากฐานเหล่านี้
ท่ายืน (Seogi)
ท่ายืนคือพื้นฐานสำคัญที่สุดของเทควันโด เพราะเป็นที่มาของพลังในการเตะและการชก ท่ายืนหลักที่ต้องเรียนรู้ ได้แก่
- นารานฮี ซอกี (Naranhi Seogi) – ท่ายืนปกติ เท้าทั้งสองข้างห่างประมาณช่วงไหล่ ใช้เป็นท่าเตรียมพร้อม
- อับ ซอกี (Ap Seogi) – ท่ายืนแบบก้าวเดิน คล้ายการเดินตามปกติ
- อับ คูบี (Ap Kubi) – ท่ายืนแบบก้าวยาว ขาหน้างอ ขาหลังเหยียดตรง ใช้สำหรับการชกและเตะแบบเต็มแรง
- ดวิท คูบี (Dwit Kubi) – ท่ายืนรับ ขาหลังงอรับน้ำหนัก ใช้สำหรับการป้องกันและเตรียมโต้กลับ
การเตะ (Chagi)
การเตะคือเอกลักษณ์ของเทควันโดที่แตกต่างจากศิลปะการต่อสู้อื่น ๆ ผู้ฝึกระดับสายขาวถึงสายเหลืองจะเริ่มจาก 3 ท่าเตะหลักที่ต่อยอดเป็นเทคนิคขั้นสูงในภายหลัง
- อับ ชากี (Ap Chagi) – เตะตรงไปข้างหน้า ยกเข่าขึ้นแล้วเหยียดขาออก ใช้ลูกเท้าหรือฝ่าเท้าส่วนหน้ากระแทกเป้าหมาย
- ดอลโย ชากี (Dollyo Chagi) – เตะวงกลม หมุนสะโพกและขาในแนวเฉียง ใช้หลังเท้าหรือหน้าแข้งกระแทก เป็นท่าที่ใช้บ่อยที่สุดในการแข่งขัน
- ยอบ ชากี (Yop Chagi) – เตะข้าง ยกเข่าขึ้นแล้วดันขาออกด้านข้าง ใช้สันเท้าหรือขอบเท้าด้านนอกกระแทกเป้าหมาย
- ดวิท ชากี (Dwit Chagi) – เตะกลับหลัง หันตัวออกจากคู่ต่อสู้แล้วเหยียดขาตรงไปด้านหลัง ใช้สันเท้ากระแทก
- เนรยอ ชากี (Naeryeo Chagi) – เตะลงเหมือนขวาน ยกขาขึ้นสูงแล้วฟันลง ใช้สันเท้าหรือฝ่าเท้ากระแทกศีรษะคู่ต่อสู้
การชกและการป้องกัน (Jireugi และ Makgi)
แม้เทควันโดจะเน้นการเตะ แต่หมัดและการป้องกันก็เป็นพื้นฐานสำคัญที่ใช้ในการสอบเลื่อนสายและการฝึกพุมเซ ผู้เริ่มต้นควรฝึกท่าต่อไปนี้ให้ชำนาญ
- มอมตง จีรือกี (Momtong Jireugi) – หมัดตรงระดับลำตัว ใช้สันมือส่วนข้อนิ้วชี้และนิ้วกลางกระแทก
- อาแร มักกี (Are Makgi) – ปัดล่าง ใช้ปลายแขนปัดการโจมตีที่มาในระดับท้อง
- มอมตง มักกี (Momtong Makgi) – ปัดกลาง ป้องกันการโจมตีระดับลำตัว
- ออลกูล มักกี (Eolgul Makgi) – ปัดบน ป้องกันการโจมตีระดับศีรษะ
พุมเซ (Poomsae) – ท่ารำเทควันโด
พุมเซคือชุดท่ารำที่รวบรวมการเตะ การชก การป้องกัน และการเคลื่อนไหวเข้าด้วยกันในรูปแบบจำลองการต่อสู้ ผู้ฝึกระดับสายขาวจะเริ่มจาก “แทกึก อิล จัง” (Taegeuk Il Jang) เป็นพุมเซแรก จากนั้นจะค่อย ๆ เพิ่มความซับซ้อนตามระดับสาย พุมเซเป็นส่วนสำคัญในการสอบเลื่อนสายและการแข่งขัน
ลำดับสายเทควันโด
ระบบสายเทควันโดเป็นเครื่องมือสะท้อนพัฒนาการของผู้ฝึกตั้งแต่ผู้เริ่มต้นจนถึงระดับผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้ระบบ World Taekwondo (WT) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้ในประเทศไทย
แบ่งเป็น 2 ระดับใหญ่ คือ สายสี (กึบ หรือ Geup) สำหรับผู้ฝึกระดับมือใหม่ถึงระดับกลาง และสายดำ (ดั้ง หรือ Dan) สำหรับผู้ฝึกระดับสูง

อ้างอิง: TEAKWANDO
ระบบสายสีและสายดำ
ระบบกึบจะนับย้อนลง โดยสายขาวคือกึบที่ 10 และสายแดง-ดำ (ก่อนสายดำ) คือกึบที่ 1 เมื่อผ่านการทดสอบเลื่อนเป็นสายดำแล้ว จะเริ่มนับขึ้นเป็นดั้งที่ 1, 2, 3 ไปจนถึงดั้งที่ 9 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด
สายเทควันโดส่วนใหญ่จะมีสายแถบครึ่งระดับคั่นระหว่างสายสี เช่น สายขาว-เหลือง คั่นระหว่างสายขาวกับสายเหลือง เพื่อบ่งบอกว่าผู้ฝึกมีพัฒนาการแต่ยังไม่ถึงระดับเต็มของสายถัดไป
ตารางลำดับสายเทควันโด
| ลำดับ (กึบ/ดั้ง) | สี | ความหมาย | ระดับผู้ฝึก |
|---|---|---|---|
| กึบ 10 | สายขาว | ความบริสุทธิ์ ผู้เริ่มต้น | มือใหม่ |
| กึบ 9 | สายขาว-เหลือง | เริ่มเข้าใจพื้นฐาน | มือใหม่ |
| กึบ 8 | สายเหลือง | เปรียบดั่งโลกที่ต้นกล้าเริ่มงอก | ต้น |
| กึบ 7 | สายเหลือง-เขียว | เริ่มฝึกท่าซับซ้อน | ต้น |
| กึบ 6 | สายเขียว | ต้นไม้กำลังเติบโต ทักษะแข็งแรงขึ้น | กลาง |
| กึบ 5 | สายเขียว-ฟ้า | กำลังพัฒนาเทคนิคขั้นสูง | กลาง |
| กึบ 4 | สายฟ้า | เปรียบดั่งท้องฟ้าที่ต้นไม้ทอดยอดถึง | กลาง |
| กึบ 3 | สายฟ้า-แดง | เตรียมเข้าสู่ระดับสูง | กลาง-สูง |
| กึบ 2 | สายแดง | เปรียบดั่งเปลวเพลิง ความระวังภัย | สูง |
| กึบ 1 | สายแดง-ดำ | ระดับสุดท้ายก่อนสายดำ | สูง |
| ดั้ง 1 | สายดำ | เปรียบดั่งความรู้ที่หยั่งลึกและท้าทาย | ผู้เชี่ยวชาญ |
| ดั้ง 2-9 | สายดำ | ระดับครู ปรมาจารย์ และอาจารย์ใหญ่ | ผู้เชี่ยวชาญสูงสุด |
ระยะเวลาในการเลื่อนสาย
หากฝึกเทควันโดสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง โดยทั่วไปจะใช้เวลาเลื่อนสายแต่ละระดับประมาณ 2-4 เดือน และใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 3-5 ปีในการสอบเป็นสายดำดั้งที่ 1
อย่างไรก็ตาม เวลาในการเลื่อนสายขึ้นอยู่กับความตั้งใจ ความสม่ำเสมอในการฝึก และมาตรฐานของโรงเรียนเทควันโดที่เข้าเรียน
เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีที่สอบผ่านระดับสายดำ จะได้รับ “ปุม” (Poom) หรือสายดำเยาวชนก่อน เมื่ออายุครบ 15 ปีจึงสามารถเปลี่ยนเป็นสายดำ “ดั้ง” (Dan) อย่างเป็นทางการ
การสอบเลื่อนสาย
การสอบเลื่อนสายในประเทศไทยจัดโดยสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย หรือโดยโรงเรียนที่ได้รับการรับรอง ผู้สอบจะต้องแสดงทักษะตามที่กำหนด ได้แก่ ท่ายืน การเตะ การชก การปัดป้อง พุมเซตามระดับ
และในบางสายอาจมีการต่อสู้จริง (Sparring/Kyorugi) ค่าธรรมเนียมการสอบและการออกใบประกาศนียบัตรขึ้นอยู่กับระดับสายและสมาคม โดยปกติอยู่ที่ประมาณ 500-2,000 บาทต่อครั้งสำหรับสายสี และสูงขึ้นเมื่อสอบสายดำ
คำแนะนำการฝึกเทควันโดสำหรับมือใหม่
การเริ่มต้นฝึกเทควันโดอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณพัฒนาทักษะได้เร็ว ป้องกันการบาดเจ็บ และต่อยอดสู่ระดับที่สูงขึ้นอย่างมั่นคง
อายุที่เหมาะสมในการเริ่มฝึก
โดยทั่วไปเด็กสามารถเริ่มฝึกเทควันโดได้ตั้งแต่อายุ 4-5 ปีในคลาสเตรียมพื้นฐาน ส่วนผู้ใหญ่สามารถเริ่มได้ทุกวัย ตราบใดที่ร่างกายแข็งแรงและไม่มีโรคประจำตัวที่ห้ามออกกำลังกายอย่างหนัก
ผู้สูงอายุก็สามารถฝึกได้ในรูปแบบที่ปรับให้เหมาะกับสภาพร่างกาย โดยเน้นการยืดเหยียดและการทรงตัวมากกว่าการต่อสู้

อ้างอิง: theAsianparent
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
สำหรับมือใหม่ ส่วนใหญ่โรงเรียนจะมีชุดเทควันโด (โดบก – Dobok) ให้เช่าหรือซื้อในชั้นเรียนแรก ราคาประมาณ 800-2,000 บาท นอกจากชุดแล้ว เมื่อเริ่มฝึกสปาริ่ง ควรเตรียมอุปกรณ์ป้องกันเพิ่มเติม ได้แก่
- เสื้อเกราะ (Hogu)
- หมวกป้องกันศีรษะ
- ที่ป้องกันแขน ขา ฟันยาง และจุดสำคัญ
- ที่ป้องกันมือและเท้า
นอกจากนี้ควรเตรียมขวดน้ำ ผ้าขนหนู และรองเท้าฝึกหากโรงเรียนกำหนด
การวอร์มอัพและการดูแลร่างกาย
เทควันโดเป็นกีฬาที่ใช้ความยืดหยุ่นสูงมาก โดยเฉพาะการเตะระดับศีรษะ ผู้ฝึกควรวอร์มอัพและยืดกล้ามเนื้อทุกครั้งก่อนซ้อม
โดยเฉพาะกล้ามเนื้อต้นขา หลังต้นขา (Hamstring) และสะโพก เพื่อลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ การฝึกยืดเหยียดอย่างสม่ำเสมอนอกเวลาเรียนจะช่วยให้เตะได้สูงขึ้นและคล่องตัวมากขึ้น
การฝึกที่บ้านเสริม
หากต้องการพัฒนาเร็ว ควรฝึกเสริมที่บ้านอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง โดยเน้นการยืดเหยียดในตอนเช้า การฝึกท่ายืนและการเคลื่อนไหวพื้นฐาน และการบริหารกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core) เพราะการเตะที่ทรงพลังต้องอาศัยกล้ามเนื้อแกนกลางที่แข็งแรง
สถานที่เรียนเทควันโดในกรุงเทพ (สถานที่เรียนเทควันโดในกทม.)
กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางของวงการเทควันโดไทย มียิมและโรงเรียนสอนเทควันโดที่มีคุณภาพหลายแห่ง ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับผู้ฝึกที่มุ่งสู่นักกีฬาทีมชาติ การเลือกสถานที่ที่ใกล้บ้านและเหมาะกับเป้าหมายของผู้ฝึกจึงสำคัญ
วิธีเลือกโรงเรียนเทควันโด
ก่อนสมัครเรียน ควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้
- ครูผู้สอน – ควรมีประสบการณ์ในสายเทควันโด ระดับสายดำขั้นต่ำดั้ง 3 ขึ้นไป และมีใบรับรองจากสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทยหรือ Kukkiwon (สำนักงานใหญ่ระดับโลก)
- หลักสูตร – ครอบคลุมพื้นฐาน พุมเซ การต่อสู้ และการสอบเลื่อนสาย
- สถานที่ – ทำเลใกล้บ้านหรือที่ทำงาน เพื่อสะดวกในการฝึกอย่างสม่ำเสมอ
- ราคา – มีตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหมื่นบาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับชื่อเสียงและบริการ
- คลาสทดลอง – โรงเรียนที่ดีมักมีคลาสทดลองฟรีหรือราคาย่อมเยา ให้ผู้สนใจประเมินบรรยากาศก่อน
ตารางสถานที่เรียนเทควันโดในกรุงเทพ
| โรงเรียน/ยิม | ทำเล | จุดเด่น | กลุ่มผู้เรียน |
|---|---|---|---|
| BM Taekwondo | ลาดพร้าว 120 ซอยมหาดไทย | คอร์สเริ่มต้น 900-2,900 บาท บรรยากาศเป็นกันเอง | เด็กและผู้ใหญ่ |
| International Taekwondo Academy | หลายสาขาในกรุงเทพ | เรียนสองภาษา ไทย-อังกฤษ ครูเคยเป็นนักกีฬาทีมชาติ | ทุกวัย เน้นเด็กนานาชาติ |
| ATMA – Asian Taekwondo Martial Arts Academy | ใจกลางเมือง | ผสมการเรียนรู้กับเกม เน้นพัฒนาการเด็ก | เด็กเป็นหลัก |
| The Sun Taekwondo | หลายสาขาในกรุงเทพ | ควบคุมการสอนโดยอดีตนักกีฬาทีมชาติไทย | เด็กและเยาวชนที่มุ่งแข่งขัน |
| โรงยิมในมหาวิทยาลัย เช่น มก. จุฬาฯ ม.มหิดล | ในรั้วมหาวิทยาลัย | มีคอร์สเทควันโดเป็นวิชาเลือก สำหรับนักศึกษาและบุคคลทั่วไป | นักศึกษาและบุคคลภายนอก |
| ศูนย์เยาวชนของกรุงเทพมหานคร | หลายเขตทั่วกรุงเทพ | ราคาประหยัด เปิดสอนโดยครูที่ได้รับการรับรอง | เยาวชนและประชาชนทั่วไป |
ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย
ค่าเรียนเทควันโดในกรุงเทพมีหลากหลายระดับ ดังนี้
- คอร์สรายเดือน – ประมาณ 1,500-4,000 บาท สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
- คอร์สรายชั่วโมง/ส่วนตัว – ประมาณ 500-1,500 บาทต่อชั่วโมง
- คอร์สนักกีฬาแข่งขัน – ประมาณ 3,000-10,000 บาทต่อเดือน รวมการเก็บตัวฝึกซ้อมเพิ่ม
- ศูนย์เยาวชนของ กทม. – ราคาประหยัดที่สุด เริ่มต้นเพียงไม่กี่ร้อยบาทต่อเดือน เหมาะสำหรับเริ่มต้น
แหล่งข้อมูลและสนามแข่งขัน
ผู้ที่สนใจเทควันโดในระดับแข่งขันสามารถติดตามข่าวสารจากสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย และเข้าร่วมการแข่งขันระดับเยาวชน
เช่น รายการชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ Kings Cup และรายการกีฬาแห่งชาติ ที่จัดเป็นประจำทุกปี การลงสนามจริงจะช่วยเสริมประสบการณ์และเปิดเส้นทางสู่การติดทีมชาติในอนาคต
ประโยชน์ของการฝึกเทควันโด
เทควันโดให้ประโยชน์มากกว่าการเป็นกีฬา เพราะเป็นวิถีที่หล่อหลอมทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณของผู้ฝึก
ด้านร่างกาย
การฝึกเทควันโดช่วยพัฒนาสมรรถภาพร่างกายในทุกด้าน ทั้งความยืดหยุ่น ความแข็งแรง ความเร็ว การทรงตัว และระบบหัวใจหลอดเลือด ผู้ฝึกจะเผาผลาญพลังงานเฉลี่ย 500-800 กิโลแคลอรี่ต่อชั่วโมง จึงเป็นกีฬาที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักและสร้างกล้ามเนื้อ
ด้านจิตใจและวินัย
เทควันโดสอนวินัย ความอดทน สมาธิ และการเคารพผู้อื่น ผู้ฝึกต้องเรียนรู้การแสดงความเคารพต่อครู เพื่อนร่วมฝึก และคู่ต่อสู้ตามหลัก 5 ประการของเทควันโด (เยอุย คเยอินซิน อินเน ชาแก พุลกุล) ซึ่งหมายถึงมารยาท สัจจะ ความอดทน การควบคุมตนเอง และความมุ่งมั่น
ด้านการป้องกันตัว
เทควันโดให้เครื่องมือในการป้องกันตัวที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการเตะระยะไกลที่ช่วยรักษาระยะห่างจากผู้คุกคาม การฝึกอย่างสม่ำเสมอยังช่วยเพิ่มความมั่นใจและการรับรู้สถานการณ์รอบตัว
สรุป
เทควันโดคือศิลปะการต่อสู้แบบเกาหลีที่มอบทั้งสุขภาพร่างกาย วินัย และทักษะการป้องกันตัวให้ผู้ฝึกในทุกช่วงวัย โดยมี เทคนิคพื้นฐานสำคัญ เช่น ท่ายืน การเตะ การชก การปัดป้อง และพุมเซ
ลำดับสายเทควันโด ภายใต้ระบบ WT ที่ใช้ในประเทศไทย เริ่มจากสายขาวไปสู่สายดำดั้งที่ 1 ใช้เวลาประมาณ 3-5 ปีหากฝึกอย่างสม่ำเสมอ และมี สถานที่เรียนเทควันโดในกรุงเทพ ให้เลือกหลากหลาย
หากคุณกำลังมองหากีฬาที่จะพัฒนาทั้งร่างกายและจิตใจ ลองเริ่มต้นจากการเข้าคลาสทดลองในโรงเรียนใกล้บ้าน แล้วคุณจะพบว่าเทควันโดไม่ใช่แค่กีฬา แต่เป็นวิถีที่จะอยู่กับคุณไปตลอดชีวิต
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. เริ่มฝึกเทควันโดตอนอายุเท่าไหร่ดีที่สุด
เด็กสามารถเริ่มฝึกได้ตั้งแต่อายุ 4-5 ปีในคลาสเตรียมพื้นฐาน ส่วนผู้ใหญ่สามารถเริ่มได้ทุกวัย ตราบใดที่ร่างกายแข็งแรงและไม่มีโรคประจำตัวที่ห้ามออกกำลังกายหนัก ความสำเร็จขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอในการฝึกมากกว่าวัยที่เริ่มต้น
2. ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ในการสอบสายดำเทควันโด
หากฝึกสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งอย่างสม่ำเสมอ ส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 3-5 ปีในการสอบสายดำดั้งที่ 1 อย่างไรก็ตาม ระยะเวลานี้ขึ้นอยู่กับมาตรฐานของโรงเรียนและความตั้งใจของผู้ฝึก เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีที่สอบผ่านจะได้รับ “ปุม” หรือสายดำเยาวชนก่อน
3. เทควันโดกับคาราเต้แตกต่างกันอย่างไร
เทควันโดมีต้นกำเนิดจากเกาหลีและเน้นการเตะเป็นหลัก ใช้ขามากกว่ามือในการโจมตี ส่วนคาราเต้มีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่น (โอกินาว่า) และใช้ทั้งมือและขาในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ระบบสายของทั้งสองศิลปะการต่อสู้ก็คล้ายคลึงกันแต่มีรายละเอียดต่างกันในการสอบเลื่อนสาย
4. ค่าเรียนเทควันโดในกรุงเทพอยู่ที่เท่าไหร่
คอร์สรายเดือนทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 1,500-4,000 บาท สำหรับคลาสกลุ่มสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ส่วนคลาสส่วนตัวประมาณ 500-1,500 บาทต่อชั่วโมง หากเรียนที่ศูนย์เยาวชนของกรุงเทพมหานคร ค่าเรียนจะถูกกว่ามาก เริ่มต้นเพียงหลักร้อยบาทต่อเดือน
5. ฝึกเทควันโดทำให้ผอมและลดน้ำหนักได้จริงหรือไม่
เทควันโดเป็นกีฬาที่เผาผลาญพลังงานสูง เฉลี่ย 500-800 กิโลแคลอรี่ต่อชั่วโมง ช่วยกระชับกล้ามเนื้อทั่วร่างกายโดยเฉพาะส่วนล่าง หากฝึกอย่างสม่ำเสมอควบคู่กับการกินอาหารที่เหมาะสม จะเห็นผลในการลดไขมันและสร้างกล้ามเนื้อภายใน 2-3 เดือน




